วิเคราะห์ฟุตบอล ดูไบ คัพ 2022 ระหว่าง อิรัก พบกับ ไทย ศึกนี้ไทยจะคว้าชัยได้หรือไม่ในศึกนี้

กลับมาเจอกันอีกครั้งในศึก ฟุตบอล U23 ดูไบ คัพ 2022 ระหว่าง ทีมชาติไทย U23 VS ทีมชาติอิรัก U23 ในวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2565 เวลา 19.00 น. ณ สนาม : ดิ เซเว่นส์ สเตเดี้ยม, ในกรุงดูไบ หรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สภาพความพร้อม ทีมชาติไทย U23

ทีมชาติไทย “ช้างศึกหนุ่ม” รุ่น U23 ซึ่งมี “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ เป็นผู้จัดการทีม ในผลการแข่งขันก่อนหน้าใน ดูไบ คัพ 2022 ได้แพ้ให้กับ กาตาร์ 0-1 และหลังจากนั้นกลับมาแพ้ให้กับ จีน อีกครั้ง 2-4 ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ปัจจุบันตกอยู่อันดับ 10 ซึ่งเป็นอันดับบ๊วยสุดของทัวร์นาเมนต์

พูดถึงสภาพความพร้อมของทีมชาติไทย นักเตะทุกคนยังคงปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกในเกมนัดสุดท้ายนี้ ในการทำศึกครั้งนี้โค้ชโย่ง อาจจะมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนลูกทีมในบางตำแหน่ง เพื่อที่จะคงสภาพความฟิตของนักเตะเอาไว้ และอาจรวมถึงการปรับเปลี่ยนแผนการเล่น หลังจากในเกมที่แล้วถือว่ามีข้อผิดพลาดเยอะมาก ในศึกนี้ยังคงส่งนักเตะตัวหลักลงสนามเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น อิรฟาน ดอเลาะ, ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์,อนุศักดิ์ ใจเพชร และ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว

สภาพความพร้อม ทีมชาติอิรัก U23

ผลงานล่าสุดของทีมชาติอิรัก รุ่น U23 สามารถผ่านเข้าไปชิงแชมป์เอเชีย 2022 หลังจากบุกไปชนะ มัลดีฟส์ จบสกอร์ 4-0 และยังเอาชนะ บาห์เรน มาได้ 3-0 ในรอบคัดเลือก ก่อนจะเริ่มออกตัวในศึก ดูไบ คัพ 2022 ด้วยการเสมอกับ เวียดนาม 0-0 และต่อมาแพ้ให้กับ ซาอุดิอาระเบีย ไป 1-2 ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ปัจจุบันยยังคงอยู่อันดับ 7 ของตาราง จากการมี 1 แต้ม

ในเกมนี้สภาพความพร้องของทีมยังคงสมบูรณ์ดี มิโรสลาฟ โซคุป ผู้จัดการทีมชาวเช็ก อายุ 56 ปี ยังคงส่งนักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนามเหมือนเดิม นำทีมโดย วากา จูม่า รวมทั้งผู้ทำประตูในเกมที่แล้วอย่าง แอมมาร์ ฟาริห์

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ทีมชาติไทย U23 : เกียรติพล อุดม (GK),ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ , อนุศักดิ์ ใจเพชร, ธีรภัทร เลาหบุตร,นาคิน วิเศษชาติ, อิรฟาน ดอเลาะ, สิทธิโชค ภาโส, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, กรวิชญ์ ทะสา, แพดริก กุสตาฟส์สัน,ลเลียม แกเบรียล ไวเดอร์เฌอ

ทีมชาติอิรัก U23 : ฮุสเซน จูลี่ (GK),มุนทาเดอร์ จีเบอร์ , วากา จูม่า, อาเหม็ด โอมาร์,ฮุสเซน อามีน, เมอร์ชัส โดสกี้, โมฮัมเหม็ด คารีม, มาร์ติน ฮัดดัด, อเล็กซานเดอร์ ออราฮ่า, แอมมาร์ ฟาริห์, ฮิราน อาเหม็ด

บทวิเคราะห์

ทีมชาติไทย ที่รั้งอันดับบ๊วยอยู่ในตอนนี้ ถูกประกบให้ต้องเจอกับ อิรัก ทีมอันดับ 7 ของตาราง ในศึกนัดสุดท้าย เนื่องจาก อิรัก ได้แข่งขันกับทีมอันดับ 8 อย่างเวียดนามไปแล้วในนัดแรก ทางฝ่ายจัดการแข่งขันจึงมองว่าควรที่จะสลับให้ อิรัก ได้มาทำศึกกับทีมชาติไทย แล้วจัดตารางให้ เวียดนาม ได้เจอกับ อุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นทีมอันดับ 9 ของตารางแทน เพื่อให้แต่ละทีมได้เจอกับคู่แข่งที่หลากหลาย ไม่ซ้ำกันอีก

ในศึกที่ผ่านมา นักเตะไทยได้พาทีมเสียถึง 4 ประตู ทั้งหมดล้วนเกิดจากเกมรับที่มีปัญหาแทบทั้งสิ้น ทำให้เกมนี้นักเตะทุกคนจะต้องแก้ตัวใหม่ และจะต้องมีสมาธิกับการเล่นให้มาก ส่วน อิรัก ถึงแม้ว่านัดที่แล้ว จะเป็นฝ่ายทำประตูออกนำ ซาอุดิอาระเบีย ไปก่อนในช่วงครึ่งแรก แต่ก็กลับมาเสียท่าโดนยิงประตูกลับถึง 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง ทำให้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป และยังคงไม่เคยชนะใครเลยในทัวร์นาเมนต์นี้เช่นกัน

ในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้ง 2 ทีม น่าจะสู้กันได้สนุกสูสี ต่างคนต่างไม่ใครยอมใคร เพราะทั้งคู่ต่างก็หวังที่จะเก็บชัยส่งท้ายให้ได้ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ถ้าหาก ทีมชาติไทย สามารถแก้ปัญหาในส่วนของเกมของตัวเองลงได้ รวมถึงมีโอกาสในการจบสกอร์ให้ได้ ก็ยังคงมีลุ้นไม่น้อยที่จะเก็บชัยชนะได้ แต่ดูแล้ว โอกาสที่เกมจะจบลงด้วยผลเสมอ และต้องไปวัดกันที่การดวลลูกโทษตัดสิน น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด

สกอร์ที่คาด

ทีมชาติไทย 1-1 ทีมชาติอิรัก